ก้าวแรก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 05 มกราคม 2010 เวลา 13:28 น.

หลังจากกล่าวคำปฏิญาณตนตามอย่างช้าๆ ผ่านไป ท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจของเพื่อน กับความรู้สึกที่ยากจะบรรยายของตัวเอง...เพราะการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในชีวิต กำลังจะเกิดขึ้น กับคำถามแรกจากเพื่อน..."ถามถึงวินาทีที่ตัดสินใจ" ตอนนั้นตอบเพื่อนไปว่า "นั่งฟังกรุอาน คิดถึงคำพูดของพี่สาว ว่ามุสลิมทุกคนรู้ว่าหนทางข้างหน้าคืออะไร โลกหน้าจะเจออะไรบ้าง"

 

ซึ่งวินาทีนั้น ตอนนั้นยังไม่รู้หรอก ตั้งใจแค่ว่าขอเริ่มเดิน ค่อยๆ เรียนรู้ไป แต่สิ่งที่รับรู้ได้ตอนนั้นคือ ความปรารถนาดีสูงสุดของเพื่อนมุสลิมคนนึงพึงมอบให้คนที่เรียกว่าเพื่อน คือ ทางนำ สายนี้" มันไม่ยากเลยที่จะรับ ไม่ยากเลยที่จะปฏิบัติแบบค่อยเป็นค่อยไป

และแล้วสิ่งที่ต้องทำ.... บอกเลขที่บัญชี เพื่อรับเงินซะกาตสำหรับมูอัลลัฟ จากพี่สาว ต้องโล๊ะเสื้อผ้าที่มีอยู่แทบหมดตู้ เพราะความเคยชินเดิมๆ คือ เสื้อกล้าม แขนกุด กางเกงขาสั้น ช่วงแรกของการใช้ชีวิตตามวิถีทางมุสลิม จึงเป็นช่วงที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ วนๆ อยู่สองสามชุดเท่านั้น และแล้ว ได้เวลาเลือกชื่อ ถึงตอนนี้ละ เป็นทีของฉันบ้างแล้วเพื่อน "ถ้าจะต้องมีชื่อเป็นมุสลิม จัดมาค่ะ จัดมา อันนี้ไม่ใช่หน้าที่เค้า" หลังจากค้นๆ รื้อๆ แล้วบทสรุปของชื่อใหม่ ก็คือ "Shireen = Sweet" เขียนภาษาไทยว่า "ชีรีน" คงไม่ใช่ลักษณะว่าเป็นคนหวานแหวว น่ารัก หรืออะไรหรอกนะคะ แต่ที่เลือกชื่อนี้ก็ตรงกับความหมายของชื่อเล่นเดิมๆ ที่หมายถึงความหวาน บวกกับความใกล้เคียงกับชื่อจริง คือ "Sirinada" นับตั้งแต่วินาทีนั้นเพื่อนตัวดี ก็เรียกชีรีน มาตลอด แต่เด็กน้อยชีรีนสิ...ยังไม่ชิน กับชื่อใหม่เลย ได้แต่ใช้แทนตัวเองกับเด็กๆ ตัวเล็กๆ เท่านั้น แอบคิดว่าคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน

 

 ช่วงอาทิตย์แรก หลังจากรับอิสลาม ได้ไปละศีลอดบ้านเพื่อนพี่สาวหนึ่งครั้ง ไปเจอใครๆ รู้สึกอบอุ่น มีความสุขมาก พี่ๆ บางคนสวมกอดอย่างอบอุ่น ได้รับของขวัญเป็นหนังสือ ซีดี ผ้าคลุมผม ชุดละหมาด ตะลากง ไปไหนก็เจอสิ่งแปลกใหม่ รู้สึกเราได้เจอพี่น้องมุสลิมอื่นๆ แล้วปัญหาช่วงแรก ที่รู้สึกยากมากๆ คือการละหมาด เพราะไม่สามารถท่องบทต่างๆ ที่ใช้ละหมาดได้เลย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ internet กับชุดหูฟัง อาศัยว่าฟังตามนี้ ทำตามนี้ ในใจบอกอัลลอฮฺว่า ข้าฯพระองค์ขอพร บอกรักพระองค์ตามนี้นะคะ ตามที่ข้าฯพระองค์ได้ยินนี่แหละ วันไหนเน็ตใช้ไม่ได้...วันนั้น จะเป็นการละหมาดที่แสนจะวุ่นวาย ต้องเปิดตำรา คำอ่านภาคภาษาอังกฤษก็อ่านยาก ภาษาไทยอย่าได้พูดถึงทั้งตัวสะกด การผสมคำ โอย...ยากมากๆ แต่ก็มีความสุขกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้

 


สองคนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ยังไม่ได้บอก คือคุณพ่อ คุณแม่ ขอเวลานิดนึง  ขอเรียบเรียงคำพูดหน่อย ซึ่งตอนนั้นมั่นใจมากๆ ว่า ต้องไม่มีอะไรร้ายแรง ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เพราะอิสลามทำให้เราเข้มแข็งขึ้น มั่นคงขึ้น พ่อแม่ต้องดีใจกับความเปลี่ยนแปลงของเรา และแล้ว เหมือนฟ้าถล่ม แสงสว่างดับสนิท เมื่อ แม่บอกว่า...สิ่งสุดท้ายในชีวิต ที่แม่กับพ่อรับไม่ได้คือ อิสลาม พ่อกับแม่เกลียดอิสลามที่สุด ที่บ้านร่ำไห้ ปานจะขาดใจ คุณยายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ร้องไห้ทุกวัน ไม่มีใครได้หลับได้นอน ทุกคำพูด ทุกเรื่องราวร้ายๆ เกี่ยวกับความเชื่อที่เป็นความเข้าใจผิด ได้ส่งผ่านเพื่อนรักมาถึง เช่น เข้าอิสลามต้องตัดขาดจากพ่อแม่ ต้องเอารูปพ่อแม่ รูปพระพุทธเจ้ามาเหยียบ ผู้หญิงต้องทำพิธีคิตาน ต้องโดนจับขึงพืดโดยอิหม่าม ทำพิธีในมัสยิด โอย...อย่างหลังนี่มาจากคุณแม่ของเพื่อน ทุกคนยืนยันว่า รู้จักอิสลามดีมากๆ ผ่านโลกมาเยอะมาก เราสิ รู้จักมุสลิมแค่คนเดียว แต่เก่งมากๆ ที่สามารถทำให้เราหันหลังจากครอบครัวได้


ชีรีนเด็กน้อย โดนโลกถล่ม โดนแรงกระแทกอย่างหนัก ที่ทำให้เสียใจมากอีกอย่าง คือ เพื่อนที่แสนดีผู้นำทาง ได้รับแรงกระทบนั้นด้วยอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว พ่อกับแม่ ไม่คุยด้วยไม่รับโทรศัพท์ บอกว่าถ้ายังไม่ออกจากอิสลามไม่ต้องกลับบ้าน เขาไม่มีลูกสาวแล้ว พ่อต้องมองหน้าใครยังไง ที่มีลูกสาวคนเดียวเป็นแขกคลุมผม ความเสียใจมีมากมายเหลือเกิน ทุกคนตัดสินความเป็นเราด้วยผ้าคลุมผม ถึงตอนนี้ โลกทั้งโลก มีเราคนเดียว ที่ยืนโดดเดี่ยว เพื่อนรักวัยเยาว์ ที่เคยเข้าใจ เคยตามใจเคารพการตัดสินใจมาตลอด ต้องกลายเป็นคนที่คอยปลอบใจ รับฟัง ถ่ายทอดเสียงร่ำไห้จากที่บ้าน และด้วยความสงสาร เข้าใจในความรักความคิด ความเสียใจของพ่อแม่ ในกรณีนี้ เพื่อนกลับมองว่า เราดื้อ เอาแต่ใจ จนถึงบ้าไปแล้ว ยอมแลกทุกอย่างกับอิสลาม ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าพ่อแม่แล้วในชีวิตลูกที่ดีคนหนึ่ง
อัลลอฮฺเป็นใคร จะสุขอยู่ได้อย่างไรถ้าพ่อแม่ร่ำไห้ จะเจริญก้าวหน้าได้อย่างไรถ้าอกตัญญู

คำถามว่าทำไม ทำไม ทำไมเต็มไปหมด ตอนนั้นคำถามทุกคำถามเรามีคำตอบ แต่ท่ามกลางลมแรงขนาดนั้น อธิบายกับคนที่ปิดประตูไม่ต้อนรับอิสลาม ยากเกินแรงใจที่จะทำความเข้าใจ แล้วทุกคนก็พุ่งเป้าโจมตีไปที่ เพื่อนอีกคน...
เพื่อนที่แสนดี เธอไม่ควรมาเจออะไรอย่างนี้เลย ถูกมองและโดนตั้งคำถามว่า... เป็นเพราะ ความเห็นแก่ตัว ทำเพื่อผลบุญที่จะได้รับ โดยยอมแลกกับการดึงเราออกจากญาติ จากครอบครัว คนดีเหรอนี่

แล้วช่วงเวลาแย่ๆ อย่างนี้ เกิดความเสียใจมากมายอย่างนี้ คนดีๆ ของเธอคนนี้อยู่ไหน ? ตอนนั้นได้แต่บอกเพื่อนที่แสนดีคนเดิมว่า ถอยไปซะเถอะนะอย่าอยู่ตรงนี้เลย อย่าอยู่รับข้อกล่าวหาร้ายแรงพวกนี้เลย เพื่อนบอกว่า..."ไม่หรอกชีรีน เราไม่ทิ้งกัน ฉันไม่ได้สนใจความชอบใจของใครต่อใคร ฉันทำเพื่อความพอใจของอัลลอฮฺ เท่านั้น" ตอนนั้น...ท่ามกลางลมแรง พายุถล่ม มีสองอย่างที่คอยฉุดรั้ง คือ เพื่อน กับ พลังศรัทธา ที่แรงกล้า

บอกใครๆ ว่า รับอิสลามแล้วนะ บอกด้วยหัวใจพองโต อยากบอกอยากเล่า มีทั้งเสียงยินดี กำลังใจที่ให้มาอย่างรู้สึกได้ถึงความจริงใจ แต่ก็มีบางเสียงที่ได้ยิน เกิดคำถามที่บั่นทอนกำลังใจพอสมควร แต่ทุกอย่าง มันคือบททดสอบความอดทน การยืนหยัด สำหรับเพื่อนรักอีกคน ซึ่งเป็นเพื่อนในวัยเยาว์ที่รับรู้เรื่องราวของกันและกันมากที่สุด ก็รับรู้ด้วยดี ไม่ได้ว่าอะไร ตามใจ...แต่เพื่อนคนนี้แหละ ที่เป็นพายุลูกใหญ่ลูกหนึ่งในเวลาต่อมา
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 06 มกราคม 2010 เวลา 23:38 น.
 

สถิตินับตั้งแต่ 7/5/2552

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้143
mod_vvisit_counterเมื่อวาน155
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้543
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว967
mod_vvisit_counterเดือนนี้1411
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3556
mod_vvisit_counterรวม12241

Online (20 minutes ago): 8
Your IP: 38.107.191.113
,
Today: มี.ค. 10, 2010

Valid XHTML and CSS.