|
วันนี้ต้องเดินทางกว่าสองร้อยกิโลมาพักต่างเมือง เพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยจองโรงแรมให้หนึ่งคืน ต่ว่าต้องเติมน้ำมันขับรถมาเอง อัลฮัมดุลิละห์เป็นคนชอบขับรถ...ไม่เป็นไร ระหว่างทางโหลดไฟล์บรรยายของเชคมาเป็นเพื่อนรวมทาง หัวข้อที่ฟังและเสียน้ำตากับมัน เรื่องแรกคือ อากีดะห์ การศรัทธาต่อคัมภีร์
เล่าให้ฟังคร่าว ๆ นะคะ ว่าเชคริฎอ พูดว่าอะไร อยากให้พี่น้องได้ไปหาฟังเพราะฟังแล้วต้องรู้สึกคะ ถ้ายังมีอีหม่านอยู่ในใจและทบทวนตัวเองตามที่เชคบรรยาย เชคบอกว่า หรือว่ามุสลิมจะแค่รู้ว่าอัลกุรอานเป็นคัมภีร์ แต่เราทำตัวเหมือนคนไม่มีคัมภีร์ คือคัมภีร์กรุอ่านไม่มีผลอะไรกับความรู้สึกและการกระทำของเราเลย มุสลิมไม่รู้ความหมายกุรอาน และไม่เอากุรอานมาใช้ในชีวิตของเขา น่าเสียใจเสี่ยนี่กระไร เชคเล่าว่า มุสลิมเหมือนเด็กกำพร้า... กำพร้าคัมภีร์ มีสัจธรรม มีความจริงอยู่ในมือ แต่ไม่สนใจ ละเลย.... ลองตรวจสอบกันดู
พี่น้องจำเหตุการณ์ตอนนบีฮิจเราะฮ์จากมักกะ ไปมาดีนะฮฺกับอบูบักร ได้มั๊ยค่ะที่นี้ลองทบทวนสิ่งที่เกิดในตอนนั้น ใครบ้างที่มีความรู้ในเรื่องนี้ว่า เหตุการณ์ครั้งนั้น นบีและอบูบักรเข้าไปหลบในถ้ำ และอัลลอฮ์ได้บรรดาลให้แมงมุมมาชักใยหน้าถ้ำ และมีนกพิราบมาสร้างรังและออกไข่ไว้หน้าถ้ำ ใครรู้เรื่องนี้บ้าง ถ้าคุณรับรู้เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัตินบีมูฮัมหมัด ขอแสดงความดีใจด้วยว่า ท่าน................. ท่าน.............................. ท่าน.............................. ถูกหลอก 5555555555555555555555555555555
ท่านกำพร้าคัมภีร์ค่ะ เพราะว่าเรื่องราวที่เพิ่งบรรยายไปข้างต้นนั้น เป็นนิยายปรัมปรามากจาก หนังสือบาราเฏาะ(กลอน) ที่เขาอ่านกันในงานเมาลิดและมาจากหนังประวัตินบีมูฮัมหมัด แต่ไม่ได้มาจากอัลกุรอานค่ะ เศร้ามั๊ยเอ่ย แปลว่าเราเรียนรู้ประวัตินบีจากหนังและนิยายค่ะ เศร้าม่ะละ
แต่ที่เศร้าไปกว่านั้นคือ เชคได้นำเอาฮาดีษเกี่ยวกับสัญญาณวันกียามัตและจากอัลกุรอานมาเสนอว่า...ใกล้วันกียามัต อัลลอฮ์จะยึดอัลกรุอานกลับไปยังพระองค์ ลองคิดดูสิวันนี้ เรามีอัลกุรอานในกี่รูปแบบ ทั้งไฟล์เสียง ในเวป เป็นเล่ม เป็นซีดี มีทั้งตัวอัลกุรอานและความหมายของอัลกุรอาน ผู้เขียนเองยังรู้สึกผิดที่ยังอ่านอัลกรุอานไม่เป็นเลย ตัวอาหรับก็ยังจำไม่ได้ เพราะว่าช่างยุ่งกับดุนยาเสียนี่กระไร อ่านความหมายอัลกุรอานได้จบไป เพียงจบเดียว ใช้เวลากว่า สองปี แต่ทำไม อ่านภาษาอังกฤษได้ อ่านเอกสารวิชาการประกอบการเรียนได้เป็นพันเป็นหมื่นหน้า ภาษาก็ต่างภาษาเหมือนกัน อ่านแฮรี่พอตเตอร์ได้ครบทุกเล่มทั้งสองภาษา อ่านหนังสือประกอบการเรียนและการสอนมาน่าจะมากกว่าร้อยเล่มแล้ว แต่ทำไมช่างละเลยอัลกุรอานขนาดนี้ แล้วพี่น้องละคะ ที่อ่านภาษาอาหรับได้ อ่านไทยก็ได้ อ่านมาลายูก็ได้ อ่านอัลกุรอานหรือยังคะวันนี้ แล้วหลังจากอ่านแล้วอัลกุรอานได้ถูกใช้เป็นฮูดา(ทางนำ)ในชีวิตเรามากน้อยแค่ไหน หรือว่าเราจะกำพร้าอัลกุรอานจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เศร้าเรื่องที่หนึ่งจบไปพร้อมการเสียน้ำตา

ทำไมศอฮาบะฮฺถึงเข้มแข็ง เขาก็คนเหมือนกับเรา ทำไมอีหม่านเขาแข็งแรงกันนัก ทำไมเมื่ออัลลอฮ์สั่งในญิฮาด เขาสละชีวิตกันได้
แต่ทำไม เราคนเหมือนกันเกิดหลังพวกเขาพันกว่าปี มีทุกอย่างสะดวกทุกอย่างวิทยาการไปไกลจะทำอะไรก็ง่ายกว่า แต่ทำไมเราอ่อนแอ............. ทำไมแค่สิ่งเล็กๆ น้อยที่กุรอานบอกให้ทำ ให้ละหมาด ให้ซะกาต ให้ญิฮาด(ต่อสู้)แค่กับตัวเอง ก็ยังทำไม่ได้ อย่าว่าเอาชีวิตไปสละเพื่ออิสลามเลย แค่เงินจะซอฏอเกาะ(บริจาค) ยังออกจากกระเป๋าบางคนไม่ได้
ขับรถสองชม.ครึ่ง เพราะเหยียบร้อยนิด มาตลอดทางก็มาถึงมหาวิทยาลัยเนื่องจากเป็นวันทำงาน(เรียน) เลยไปอยู่ที่ห้องสมุดและยืมหูฟังมาฟังบรรยายต่อ ระหว่างนั้นก็ไปหอบหนังสือมา ค้นมาอ้างอิงงานเขียนสะหน่อย ก็บังเอิญไปเจอคุตบะฮ์ของเชค เรื่องพี่น้องที่ปาเลสไตน์ ไม่ผิดหวังเลยที่ได้ฟัง อีหม่านโดนปลุกอีกครั้ง ทำไมเราเป็นอย่างนี้นะ......... ในคุตบะฮ์นี้ เชคพูดถึงสถานการณ์ของพี่น้องในปาเลสไตน์ และโยงมาถึงความเป็นไปของพี่น้องชาวไทยของเราต่อสถานการณ์นี้ เชคได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ที่ทำให้เราต้องนั่งร้องไห้หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องสมุด และคนรอบๆ ก็ได้แต่มองด้วยความแปลกใจมันร้องอะไรของมันหว่า เรื่ืองที่เชคเล่ามันบีบหัวใจเหลือเกินๆ จะห้ามไม่ร้องจริงๆ ก็เป็นคนร้องไห้เก่งอยู่แล้วอ่ะนะ แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่ร้อง แต่มันเสียใจอ่ะ
เชคเล่าว่า จากเหตุกการณ์ที่ปาเลสไตน์ กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติได้ออกเรี่ยรายเงินเพื่อส่งไปช่วยพี่น้องที่ปาเลสไตน์ ยอดเงินถึงวันนั้นได้สี่แสนกว่าบาท จากมุสลิมเป็นล้านๆ กับเงินสี่แสน อาจจะบอกได้ว่าตัวเงินไม่สำคัญ แต่ว่าคิดสิค่ะ ว่า พี่น้องปาเลสไตน์ไม่เหลืออะไรนอกจากอัลลออฮ์ เขามีบ้านอยู่มั๊ย เขามีอาหารกินมั๊ย สี่แสนจะพอมั๊ย แต่ยังไงก็ตามเขาได้ผลบุญ แต่พวกเรากำลังโดนพี่น้องปาเลสไตน์ที่ถูกกระทำ ขอดุอาห์ให้อัลลอฮ์ลงโทษเราอยู่หรือเปล่า เชคบอกว่ามีครูุคนหนึ่งในโรงเรียนมุสลิมในจังหวัดสงขลา เอาเรื่องพี่น้องที่ปาเลสไตน์ไปเล่าให้นักเรียนฟังและขอให้นักเรียนบริจาคเงิน เพื่อเอาไปสมทบกับกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ แล้วเรื่องราวบาดใจก็ออกจากคำบรรยายของเชค
เชคเล่าว่า พี่น้องทางภาคใต้ก็จนกันอยู่แล้วเทียบกับที่อื่น แล้วยิ่งเด็กนักเรียนยิ่งแย่เข้าไปอีก มีน้องสาวคนหนึ่ง (ขออัลลอฮ์ช่วยตอบแทนความดีงามของน้องที่ทำให้พี่ได้เสียใจและสำนึกนะคะ) น้องคนนี้ ไม่มีสตางค์ค่ะ ไม่มีเงินจะไปช่วยพี่น้องของเธอที่ปาเลสไตน์ แต่เธอได้ทำบ้างอย่างที่น่ายกย่องเหลือเกิน เธอคิดว่า ทำยังไงเธอจะสามารถช่วยพี่น้องของเธอได้ เธอจึงได้นำของใช้ส่วนตัวของเธอเช่น ฮิญาบและของเล่นของเธอไปมอบให้ครู แล้วบอกครูให้เพื่อน ๆ ประมูลของๆ เธอเพื่อเธอจะได้มีเงินไปช่วยพี่น้องที่ปาเลสไตน์ น้องสาวจ๋า พี่อยากรู้จักน้องสาวจัง ทำไมน้องน่ารักอย่างนี้ (พิมพ์ก็ยังร้องอีก รอบสอง) เชคบอกว่า ครูได้เงินรวมทั้งโรงเรียนมาพันนิดๆ แต่อัลลอฮ์น่าจะพอพระทัยความพยายามของพวกเขาเรานั้นแน่ๆ แล้วเราละ มีสตางค์ในกระเป๋าเท่าไรแล้วบริจาคไปเท่าไร ไม่รู้ว่าตัวเองคิดยังไงทำไมถึงได้อินกับพี่น้องมุสลิมมากมายขนาดนี้ ทำไมรู้สึกเหมือนเราเจ็บด้วย และรู้สึกเหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ต้องช่วย แม้ว่าจะช่วยไม่ได้มาก หรือแม้จะช่วยไปแล้ว ก็ยังรู้สึกอยู่เสมอว่า มันยังไม่พอ...
ทำไมเราบกพร่อง ทำไมเราบอกว่า เราทำไปแล้ว ก็น่าจะเยอะแล้วนะ แต่เราก้ยังมีเงินซื้อโทรศัพท์ใหม่ ไปกินซูชิ............ ทำไมเป็นคนแบบนี้ เราช่างติดกับดุนยามากอย่างนี้เชียวหรือ แล้วอัลลอฮฺจะพอพระทัยเราได้อย่างไร ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม นบีถึงบอกคนส่วนมากจะอยู่ในนรก แต่ก็ยังหวังว่าอัลลอฮฺจะเมตตาอนุญาตให้บ่าวของพระองค์คนนี้เข้าสวรรค์ ์และยกโทษให้ความผิดของข้าพระองค์ และให้ข้าพระองค์ห่างไกลจากนรกของพระองค์ด้วยเทอญ...
ช่วยกันอามีนหน่อยนะ

วัสลาม อาอิชะ
ลงบทความวันที่6 เดือนกุมภาัพันธ์ 2552
|
คอมเมนต์
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds