|
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมาตุ้ลลอฮฺ วะบาเราะกาตุ
ชื่อ กาซิมะฮฺ (ตุ๊ก) กรุงเทพมหานคร
ทำไมถึงเข้ารับอิสลาม ? ทำไมและทำไม เป็นคำถามที่ใครๆก็ถาม และอยากได้คำตอบจากฉัน แต่เค้ารู้หรือไม่ ว่า ฉันก็อยากถามเค้าเช่นกันนะว่า เค้าเชื่อ เหมือนที่ฉันเชื่อหรือไม่ว่า ฉันรู้สึกถึงความเป็นมุสลิมมาตั้งแต่แรกแล้ว โดยที่ฉันเองก็ไม่รู้
จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันได้เรียนวิชาจริยศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาเกี่ยวกับศาสนาทุกศาสนา ฉันก็เรียนมาหมดทุกศาสนา จนมาถึงศาสนาอิสลาม ฉันได้อ่านหลักการปฏิบัติ 5 ข้อ ข้อแรกทำให้ฉันได้รู้ว่า ชาวมุสลิมเชื่อว่ามีพระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้นคือ อัลลอฮฺ (ซ.บ.) และท่านศาสดา มุฮัมมัด (ซล.) เป็นศาสนฑูดของพระองค์ ข้อสองมุสลิมทุกคนต้องละหมาดให้ครบ 5 เวลา มาถึงข้อสามการถือศีลอด นี้แหละค่ะทำให้ฉันได้รู้สึกว่าศาสนานี้ช่างงดงามน่าค้นหา ฉันก็เริ่มค้นหาเริ่มจากการเซิสหาตามอินเทอร์เน็ต และได้ถามเพื่อนมุสลิมคนหนึ่งเกี่ยวกับศาสนา เค้าก็เอาหนังสือมาให้อ่าน3เล่ม คือ รู้จักอิสลาม ความจริงที่ยิ่งใหญ่ ทำไมอิสลาม เพียงแค่ 3 เล่มเท่านั้นที่ทำให้ฉันเชื่อว่ามีพระเจ้าอยู่จริงจากนั้นฉันศึกษาเรื่อยมา
จนวันหนึ่งฉันเข้าไปดูเว็บของอาจารย์มุรีด ได้เจอกลุ่มมุสลิมกลุ่มหนึ่งที่โพสไว้ว่าเป็นผู้ดูแลมุสลิมใหม่ ฉันก็จดชื่อและเบอร์โทรไว้แต่ยังไม่โทร เพราะที่บ้านไม่ยอมรับที่ฉันศึกษาอิสลาม แค่เกริ่นกับแม่ เรื่องอิสลาม ถึงขั้นทะเลาะตัดแม่ตัดลูก และให้ฉันเลิกคบกับเพื่อนที่เป็นมุสลิมทุกคน
รู้มั้ยค่ะ........การที่แม่พูดแบบนั้น มันทำให้หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้นเลยก็ว่าได้ ฉันไม่รู้จะทำไง เพราะไม่มีใครเข้าฉันเลยสักคนช่วงนั้น ฉันเปรียบเสมือนตัวประหลาดในบ้าน ไม่มีใครสนใจเลย ฉันจึงต้องหยุดทุกอย่างไว้ก่อน แต่ก็แอบศึกษาอย่างเงียบๆ ไม่ให้ใครรู้หนังสือที่ต้องซ่อนไว้ เพราะกลัวเค้าจะทำลายมันทิ้งไป จนกระทั้งฉันได้ทำงานและมาอยู่หอคนเดียว ทำให้ฉันได้ศึกษาอิสลามได้อย่าเต็มที่และมาวันนี้ก็มาถึง คือวันที่ฉันเกิดความรู้อยากละหมาดเป็น ฉันก็เลยถามเพื่อนมุสลิมของฉันอยากให้เค้าสอน แต่เค้าไม่สามารถสอนได้เพราะมันไม่เหมาะ
ฉันก็เลยต้องหาวิธีอื่น จนมาอ่านหนังสือแต่งก่อนจีบ ได้เจอชื่อ ชื่อหนึ่งคุ้นมากๆๆ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ คนนั้นคือ พี่อะมานีของเรานี้เอง ฉันก็เลยต้องไปค้นเบอร์ติดต่อของพี่เค้าที่จดไว้ เอามาโทรหาพี่เค้าพอดีพี่เค้าประชุมเตรียมการเข้าค่ายพอดี มาชาอัลลอฮฺ ก็เลยทำให้ฉันได้ไปนั่งร้องให้เป็นเด็กขี้แย (ทำไปได้) ด้วยการต้อนรับที่อบอุ่น ค่ายนี้ทำให้ฉันได้รับ ความรักที่บริสุทธิ์ ความจริงใจที่ไม่สิ่งใดแอบแฝง เป็นการอยู่กินกันอย่างเรียบง่าย ไม่มีทีวีดู ไม่มีเสียงเพลง รู้สึกมีความสุขจนไม่อยากกลับ เป็นความรักที่งดงาม ซึ่งกัับญาติพี่น้องของฉันเองฉันยังไม่เคยได้รับเลย นั้นแหละค่ะอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันได้ตัดสินใจเข้ารับอิสลามเร็วขึ้น โดยไม่รีรออีกแล้ว จากแผนที่วางไว้ แม่บอกให้ศึกษาไปก่อนน่ะลูก ศึกษาสัก 3ปี ส่วนฉันคิดไว้ ว่า อีกสัก 3 เดือนก่อน ค่อยเข้ารับอิสลาม
รู้มั้ยค่ะ เมื่อเราได้รู้สัจธรรมแล้ว แต่ยังไม่เข้ารับอิสลาม ความรู้สึกที่แย่แย่่หลายอย่าง เช่น มันอึดอัด เหมือนอยากทำ(อีบาดะฮฺ ศาสนกิจ)แทบตายแต่ทำไม่ได้ เหมือนมีอะไรค้างคาในใจ นั่งคิดนอนคิดใคร่ครวญ ทบทวนหลายรอบ ฉันไม่อาจรอนานไปกว่านี้แล้ว หลังจากกลับจากค่าย ฉันกล่าวซะฮาดะฮฺต่อหน้าพี่น้องผู้ร่วมศรัทธา ณ มัสยิดสวนพลู ถนนเทอดไท ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2551 รู้สึกโล่งอก เมื่อได้เป็นมุสลิม ตามใจปรารถนา และแล้วอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ได้ทรงเมตตาต่อฉันให้ฉันได้กลับมายังพระองค์อีกครั้ง อัลฮัมดุลลิ้นละห์จริง
ขอฝากกำลังใจแด่พี่น้องร่วมสายเชือกเดียวกัน ว่า ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรานั้นคือบททดสอบ บททดสอบแห่งศรัทธา เวลาผ่านไปได้เรียนรู้ ศึกษาอิสลาม ได้ปฏิบัติจริง ทำให้ฉันเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างมากขึ้น ความเหงา ที่บอกว่าไม่มีใคร......แต่ความเป็นจริงเรามีอัลลอฮฺอยู่กับเราทุกเวลา ที่บอกว่าไม่มีใครรัก........แต่ความจริงแล้วอัลลอฮฺทรงรักเรากว่าใครอีก ตั้งแต่การเริ่มรู้จักอิสลามจนถึงการเข้ารับ และหลังเข้ารับอิสลาม ความรักความอบอุ่นที่ได้จากความเป็นพี่น้องมุสลิมมันงดงามมาก ในวันหนึ่งที่บอกไม่มีใคร........รู้สึกว่าตัวเองเริ่มอ่อนแอ ก็เลยขอดุอาอัลลอฮฺทรงประทานเพื่อนมา ค่ะได้เพื่อนเยอะแยะ นี้แหละยิ่งทำให้ตอกย้ำความเชื่อว่า..... อัลลอฮฺทรงไม่ทอดทิ้งเรา
เล่าเรื่องวันที่ 26/11/2551
|
คอมเมนต์
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds