| เทศกาลตรุษจีน โดยยุซรอ |
|
เทศกาลตรุษจีน
“ และอัลลอฮ์ ตรัสว่าพวกเจ้าอย่ายึดถือพระเจ้าสององค์ แท้จริงพระองค์คือพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้นเฉพาะข้าเท่านั้นที่พวกเจ้าต้องเกรงกลัว ” (Al-Quran 16:51)
เนื่องจากยุซรอมีเวลาในการศึกษาคัมภีร์อัลกุรอานทำให้ได้รับรู้และเริ่มที่จะเข้าใจศาสนาอิสลามอย่างมีระบบทำให้มีความรู้สึกลึกซึ้งมาก จนเกรงกลัวที่จะทำสิ่งต่างๆที่พระองค์ทรงห้ามปรามไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน พระเจ้ามีเพียงอัลลอฮ์ เพียงพระองค์เดียว ไม่มีใครสมควรได้รับการเคารพสักการะนอกจากพระองค์ ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือได้นอกจากพระองค์เท่านั้น เมื่อได้ใคร่ครวญและเปรียบเทียบ การทำความเคารพพระองค์นั้นไม่ต้องเสียเงินไปซื้ออาหาร ไม่ต้องเผากระดาษเงินกระดาษทองให้เกิดมลพิษ ไม่ต้องกลัวอุบัติเหตุในการเดินทางไกลไปไหว้ที่หลุมศพ แล้วเราจะเคารพสิ่งอื่นนอกจากพระองค์ทำไม ?
โอ้พระเจ้าของเราเหล่านี้คือเจว็ดของเราซึ่งพวกเราได้เรียกร้อง(ให้บูชา) อื่นจากพระองค์ ดังนั้นพวกมันได้กล่าวตอบว่า แท้จริงพวกท่านนั้นเป็นผู้โกหก ” (Al-Quran 16:86)
แม้จะยังละหมาดไม่ค่อยเป็นและยังไม่เข้าใจในท่าทางอย่างชัดเจน อีกทั้งยังปฏิบัติไม่ถูกต้องนัก แต่จิตใจนั้นได้ส่งไปถึงพระองค์และขอความช่วยเหลือจากพระองค์ให้ทรงหาทางออกและคำตอบให้กับยุซรอ ยุซรอกังวลมากเพราะแถวบ้านนั้นไม่มีผู้นับถือศาสนาอิสลาม ไม่เคยเห็นมุสลิมะห์ที่คลุมฮิญาบ และประเพณีชาวจีนกับอิสลามนั้นอยู่ตรงข้ามกันเลยทีเดียว ทุกอย่างเหมือนเป็นบททดสอบแรกที่พระองค์กำลังทดสอบ
และความหิวและด้วยความสูญเสีย (อย่างใดอย่างหนึ่ง) จากทรัพย์สมบัติ ชีวิต และพืชผล และเจ้าจงแจ้งข่าวดีกับบรรดาผู้อดทนเถิด ” (Al-Quran 2:155)
ยุซรอตัดสินใจที่จะบอกแม่ เพราะความศรัทธาจึงไม่สามารถทำให้กลับไปทำในสิ่งที่ผิดต่อหลักการทางศาสนาอิสลามได้ ยุซรอไม่ชอบฝืนใจ ไม่ชอบโกหกตนเองและผู้อื่น ที่สำคัญไม่สามารถโกหกพระองค์ได้อย่างแน่นอน ก่อนถึงตรุษจีนเพียง 2 วัน ยุซรอกลับไปช่วยเก็บล้างทำความสะอาดจัดเตรียมอาหารใส่ในตู้เย็นไว้ให้พร้อมทุกอย่าง และนึกในใจว่านี่คือครั้งสุดท้ายที่จะทำเพื่อรูปเคารพ และรูปปั้นจอมปลอมเหล่านั้น
ชนเหล่านี้คือผู้ที่ (ตั้ง) อยู่บนคำแนะนำที่มาจากพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา และชนเหล่านี้คือผู้ที่บรรลุผล” (Al-Quran 2:4-5)
“แม่ ไพลิน (ชื่อเดิม) เปลี่ยนศาสนาแล้วนะไพลินนับถือและเคารพในศาสนาอิสลาม” แม่โมโหยุซรอมากถามว่า “ทำไม? เพราะอะไร?” ขณะนั้นความรู้ที่มีอยู่ยังไม่สามารถที่จะอธิบายอะไรได้ บอกแต่เพียงว่ายุซรอศึกษาและศรัทธาในศาสนาอิสลาม แม่ : อิสลามนับถืออะไร ยุซรอ : อิสลามนับถือพระเจ้า แม่ : พระเจ้ารูปร่างหน้าตาอย่างไร ตัวตนเป็นอย่างไร ยุซรอ :ไม่มีใครเห็นว่าพระเจ้ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และไม่มีใครเห็นว่าพระเจ้าตัวตนเป็นอย่างไร แต่ยุซรอเชื่อมั่น และศรัทธาต่อพระองค์ แม่ : ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดีแล้วทำไมต้องเปลี่ยนด้วย เราเคารพกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ไม่เห็นจำเป็นต้องเปลี่ยนเลย
เราจะปฏิบัติสิ่งเราได้พบบรรดาบรรพบุรุษของเราเคยปฏิบัติมาเท่านั้น และแม้ได้ปรากฏว่าบรรพบุรุษของพวกเขาไม่เข้าใจสิ่งใด และทั้งไม่ได้รับแนวทางอันถูกต้องก็ตามกระนั้นหรือ ? ”(Al-Quran 2:170)
จึงไม่สามารถทำให้กลับเหมือนเดิมได้ แม่ไม่สามารถพูดให้กลับมาศาสนาเดิมเลยได้แต่นึกว่า “มันคงบ้าไปแล้ว” หรือที่ใครๆ มักจะบอกว่า “ผีอิสลามเข้า” แล้วทุกอย่างได้เป็นไปตามที่พระองค์ทรงประสงค์ วันตรุษจีนยุซรอมาช่วยทำอาหารตอนเช้าเสร็จแล้วได้ออกไปจากที่นั่น โดยที่ไม่อยู่ร่วมในพิธีกรรมต่างๆ ทุกคนในครอบครัวไม่เข้าใจว่ายุซรอเปลี่ยนศาสนาเพราะอะไร แต่ทุกคนไม่เคยที่จะถามหรือให้โอกาสได้อธิบายว่าทำไมถึงต้องอิสลาม และศาสนาอิสลามเป็นอย่างไร
แท้จริงบรรดาที่พวกท่านบูชาอื่นจากอัลลอฮ์นั้น มันไม่มีอำนาจที่จะให้เครื่องยังชีพแก่พวกท่าน ดังนั้นจงขอเครื่องยังชีพจากอัลลอฮ์เถิด และจงเคารพภักดีพระองค์ และจงขอบคุณต่อพระองค์ ยังพระองค์เท่านั้นพวกท่านจะถูกนำกลับไป ” (Al-Quran 29 : 17)
แต่นั่นไม่สามารถทำให้ใครๆยอมรับได้ เพราะคำว่าเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม คำๆเดียวทำให้ทุกคนเปลี่ยนความคิดกันขนาดนี้เชียวหรือ เพราะอะไร? อิสลามไปทำอะไรให้พวกเขาอย่างนั้นหรือ พวกเขาจึงได้เกลียดชังกันนัก พวกเขาเพียงได้รับรู้แค่คำบอกเล่าของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน โดยไม่เคยศึกษาหาความจริงกัน พวกเขาตัดสินกันเพียงแค่การรับฟังต่อๆกันมาเท่านั้นเองหรือ
แล้วได้ทรงให้บรรดาผลไม้นั้นออกมา เนื่องด้วยน้ำนั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าให้มีผู้เท่าเทียมใดๆขึ้น สำหรับอัลลอฮ์ โดยที่พวกเจ้าก็รู้กันอยู่” (Al-Quran 2:22)
ไม่ออกไปเที่ยวเตร่เฮฮาเดินห้างสรรพสินค้าโดยไม่จำเป็น เสื้อผ้าที่ใส่แบบหวือหวาเปลี่ยนมาใส่เสื้อแขนยาวตัวหลวม จากที่ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยหันมาประหยัด ไม่โดนโฆษณาชวนเชื่อหลอกให้เสียเงิน เรื่องอาหารไม่กินหมูโดยเด็ดขาด โดยปกติแล้วยุซรอจะไม่กินเนื้อสัตว์ที่มีสีแดงเพราะระยะหลังเวลาทานเนื้อหมูจะหายใจไม่สะดวก ไม่รู้ว่าทำไม? ได้ทดลองหลายครั้งเคยหยุดกินสักพักกลับมากินต่อยังเกิดอาการดังกล่าวเลยเลิกกินหมู แต่หลังจากนี้ต้องเลิกอย่างเด็ดขาดไม่ใช่แค่เขี่ยทิ้งแม้แต่ถูกก็ไม่ได้ เพื่อนที่เคยนัดไปทานข้าวก็หายไป เพราะต้องเลือกร้านอาหารอิสลาม แรกๆจะไม่เคร่งครัดเท่าไหร่เพราะเกรงใจเพื่อนเพียงแต่อย่าสั่งอาหารที่ใส่หมู แต่ระยะหลังไม่สามารถหลอกตนเองได้อีกต่อไปและพระองค์ทรงมองดูยุซรอตลอดเวลา
และจงอย่าตามบรรดาก้าวเดินของชัยฏอน แท้จริงมันคือ ศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า ” (Al-Quran 2:168)
และสัตว์ที่เปล่งนามอื่นจากอัลลอฮ์ที่มัน (ขณะเชือด)...…” (Al-Quran 5:3)
จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์นั้นเมื่อนำเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแพะ มาวางไว้ที่อุณหภูมิปกติ เนื้อหมูจะเกิดปฏิกิริยาการเน่าเสียก่อนเนื้อชนิดอื่นๆ เมื่อมีแมลงวันมาตอมและไข่ไว้ ไข่ของแมลงวันจะเติบโตได้รวดเร็วกว่าในเนื้อสัตว์ชนิดอื่น เราจะเห็นหนอนไต่ยั้วเยี้ยในเนื้อหมูได้อย่างรวดเร็ว ในเนื้อหมูมีความชื้นและไขมันสูงซึ่งเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคชนิดต่างๆ ไขมันในเนื้อหมูได้ห่อหุ้มพยาธิไว้เหมือนเกาะป้องกันอย่างดี เพื่อไม่ให้โดนทำลายจากความร้อนที่มีไม่มากพอที่จะฆ่าพวกมัน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นผู้ที่ต้องตายเพราะกินเนื้อหมูดิบๆเป็นประจำ และแพทย์ได้ออกมาเตือนว่าอย่าทานเนื้อหมูดิบเด็ดขาดแต่บางคนยังชอบที่จะเป็น หมูทดลอง บางครั้งความตายมันก็ไม่น่ากลัวสำหรับบางคน แล้วชีวิตหลังความตายพวกเขากลัวกันบ้างไหม
หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาต่อบรรดาโองการของพระองค์ ” (Al-Quran 6:118)
ให้ตัวผู้ตัวอื่นร่วมเพศกับตัวเมียของมันด้วยความยินดี หรือมันคือการสำส่อนทางเพศนั่นเอง ทุกวันนี้พฤติกรรมของมนุษย์บางกลุ่มเปลี่ยนแปลงคล้ายหมูเพราะมีคำกล่าวไว้ว่า“กินอะไรก็เป็นอย่างนั้น ” คงไม่ผิดนักเมื่อมองสังคมทุกวันนี้ และมีกลุ่มหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมทางเพศที่ชอบแลกเปลี่ยนคู่นอนกัน ชื่อทางภาษาอังกฤษว่า “swingging” มันก็คือการสำส่อนทางเพศ ความสกปรกโสมมของสังคม ความไร้ยางอายของมนุษย์ที่ได้รับมาจากการกินอาหาร แล้วพระองค์สร้างหมูมาทำไม ? พระองค์สร้างมันมาเพื่อทดสอบมนุษย์ ทดสอบในคำสั่งที่พระองค์ทรงบอกว่า “ได้ถูกห้ามแก่พวกเจ้าแล้วซึ่งสัตว์ที่ตายเอง และเลือด และเนื้อสุกร” แต่พระองค์มิใช่จะห้ามขนาดที่ทำให้มนุษย์ต้องอดหรือตาย ถ้าไม่มีอย่างอื่นนอกจากเนื้อหมูเป็นอย่างสุดท้ายที่จะกินเพื่อปะทังชีวิต เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ผู้นั้น พระองค์ทรงอภัยและทรงเมตตาเสมอ
แท้จริงแล้วช่างอ่อนแอเสียนี่กะไรถูกมารร้ายชัยฏอนหลอกลวงมานาน โดยที่ไม่สามารถล่วงรู้แผนการของพวกมันได้เลย การเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เมื่อจิตใจได้เห็นถึงสัจธรรมจึงทำให้มองเห็นความเป็นจริงของชีวิต ที่มิใช่การหลอกลวงหรือภาพลวงตา พระองค์ทรงเปิดหัวใจให้ได้รับรู้สิ่งต่างๆให้ได้รู้ว่าชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูของมนุษย์ผู้ศรัทธา เพราะฉะนั้นจงอย่าได้ไปคบหาพวกมันและหลีกให้พ้น
แต่เมื่อมันเสียร่างกายก็เสียด้วย เนื้อก้อนนั้นก็คือหัวใจ ” (บันทึกโดย บุคอรีย์ และ มุสลิม)
และเกรงกลัวพระองค์ กลัวที่จะต้องตกนรกไปเป็นเพื่อนกับเหล่าชัยฏอน มารร้ายทั้งหลาย
รักษาเขาตามพระบัญชาของอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์จะมิทรงเปลี่ยนแปลงสภาพของชนกลุ่มใด จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสภาพของพวกเขาเอง และเมื่ออัลลอฮ์ทรงปรารถนาความทุกข์แก่ชนกลุ่มใดก็จะไม่มีผู้ตอบโต้พระองค์ และสำหรับเขาไม่มีผู้ช่วยเหลือนอกจากพระองค์ ” (Al-Quran 13:11)
ยังนึกในใจเลยว่าตกลงใครจะช่วยฉันนะ? เมื่อรับรู้ว่าทุกอย่างถูกลิขิตและถูกกำหนดมาแล้วไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากได้รับการอนุมัติจากพระองค์ เพราะฉะนั้นจงทำความดีเพื่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ศาสนาอิสลามได้บอกให้มนุษย์ต้องทำดีกับมนุษย์ด้วยกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกัน นั่นเป็นหนทางที่จะได้บุญอย่างแน่นอน ศาสนาอิสลามนั้นได้สอนให้การทำดีเป็นเรื่องง่าย การทำความดีในศาสนาอิสลามเพียงแค่คิดดี พูดดี ก็ได้บุญแล้ว มะลาอิกะฮ์จะเป็นผู้จดบันทึกแม้เพียงแค่คิดพระองค์ก็ทรงรับรู้ แล้วอย่างนี้คิดที่จะทำชั่วได้อย่างไร ?
แล้วได้ทำให้มันสมบูรณ์ขึ้นเป็นเจ็ดชั้นฟ้า และพระองค์นั้นทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง” (Al-Quran 2:29)
ไม่ใช่เสรีจนจะทำอะไรก็ได้ไม่แคร์ใครไม่รับผิดชอบอะไร ช่วงแรกรู้สึกอึดอัดเหมือนกันเพราะเป็นการดำเนินวิถีชีวิตที่แตกต่างจากแต่ก่อนมาก เรียกว่าหลังมือกับหน้ามือเลยก็ว่าได้ เป็นการบังคับตนเองให้อยู่ในกรอบโดยที่ไม่มีใครมาตีกรอบให้ ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญยิ่งเพราะพวกชัยฏอนทั้งหลายจะเข้ามาหลอกล่อทำให้ไขว้เขวอย่างมาก มันจะทำให้เราสับสน เป็นช่วงที่ต้องการกำลังใจอย่างมากที่สุดแต่กำลังใจที่เข้มแข็งจะมาจากไหน ถ้าไม่ใช่มาจากพระองค์อัลลอฮ์ พระองค์ได้ให้กำลังใจอย่างมากมายกับยุซรอ สำหรับยุซรอนั้นได้มีสัญญาณบางอย่างมาจากพระองค์อัลลอฮ์ เป็นสิ่งที่ทำให้รับรู้ว่าพระองค์ได้รับยุซรอเข้ามาในศาสนาของพระองค์แล้ว และทรงอภัยบาปทั้งหมดให้กับยุซรอ เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอและผู้ทรงอภัยอย่างมากมาย พระองค์ทรงยิ่งใหญ่ พระองค์อยู่ใกล้หัวใจมากที่สุด เมื่อนึกถึงพระองค์ครั้งใดน้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นขึ้นมาทันที
และแน่นนอนเราจะแนะนำแก่พวกเขาซึ่งทางอันเที่ยงตรง ” (Al-Quran 4: 67-68)
สิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ให้มนุษย์ได้รำลึกถึงพระองค์
ที่มา :http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=26&id=242
|




