Comments ล่าสุด

  • อัสลามมุอาลัยกุ ม อัลฮัมดุลิลลา เข้ารับอิสลามแล ้ว...
  • :P `อ่านแล้ว รู้สึกประทับใจ
  • ควรทำอย่างไรดี? ทำในสิ่งที่ห้วใ จเรียกร้องสิคะ เริ...
  • อยากรู้จังเลย ว่าเราจะกว้าผ่า นกว้าแรกได้รึป่ าว เ...
  • ดิฉันต้องการเข้ ารับศาสนาอิสลาม ต้องเริ่มต้นอย่ าง...

สมัคร nikah

สนับสุนนโดย

จอร์จ ชายผู้ทำการเฉลิมฉลองในวันอีดิ้ลอัฎฮา พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย بنت الاٍسلام   
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2009 เวลา 00:55 น.

จอร์จ ชายผู้ทำการเฉลิมฉลองในวันอีดิ้ลอัฎฮา

ต้นฉบับของเรื่องนี้เป็นภาษาอาหรับและถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกทีหนึ่งโดยพี่น้องของเรา

George, who Celebrates Adha Eid.. Must Read..

 

จอร์จ ชายชาวอเมริกา วัย 50 อาศัยอยู่กับภรรยา ลูกชาย และลูกสาว ในเมืองวอชิงตัน ประเทศอเมริกา

เมื่อเดือนซุลฮิจญะฮฺใกล้เข้ามาถึง จอร์จก็เริ่มหาข้อมูลว่าเดือนซุลฮิจญะฮฺจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่  เขาจึงติดตามดูข่าวสารจากโทรทัศน์ ส่วนภรรยาของเขาก็ติดตามดูผลผ่านทางสถานีวิทยุ และลูกชายของเขาก็ค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตโดยตรวจสอบจากเวปไซท์อิสลามต่าง ๆ

 

เมื่อพวกเขาทราบแน่ชัดแล้วว่าเดือนซุลฮิจญะฮฺจะเริ่มเมื่อไร พวกเขาต่างก็เตรียมตัวต้อนรับกับวันอีดิ้ลอัฎฮาซึ่งเป็นวันที่สิบของเดือนซุลฮิจญะฮฺ

วันรุ่งขึ้น พวกเขาจึงออกไปตลาดหาซื้อแกะ (ตามบทบัญญัติของอิสลาม) เพื่อทำการเชือดในวันอีด

จากนั้นพวกเขาก็นำแกะขึ้นรถ และระหว่างทางกลับบ้าน ลูกสาวคนเล็กก็แสดงความดีใจที่จะได้เฉลิมฉลองในวันอีด เธอรู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นที่จะได้สวมชุดใหม่และออกไปเล่นกับเพื่อนๆ ในวันนั้น  เธอปรารถนาให้ทุกๆ วันเป็นวันอีด

เมื่อพวกเขาถึงบ้าน ภรรยาของจอร์จก็บอกกับเขาว่า “ฉันเคยอ่านบทความเกี่ยวกับการทำกุรบานมาว่า เราควรที่จะเชือดสัตว์แบ่งออกเป็นสามส่วน (เพราะเป็นสุนนะฮฺของศาสนทูตมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะศัลลัม) เราต้องบริจาคส่วนหนึ่งให้กับคนยากจน และส่วนที่สองให้กับเพื่อนบ้าน (อลิซาเบท เดวิท และมาร์ค) และส่วนที่สามก็เก็บไว้ทานเอง”

เมื่อวันอีดมาถึง พวกเขาก็เกิดความสับสนเกี่ยวกับทิศของกิบลัต พวกเขาจึงคาดเดากันเองว่ามันคงจะเป็นทิศที่ตรงไปยังกะบะฮ์ จากนั้นจอร์จก็นำมีดออกมา และจับตัวแกะหันไปทางกิบลัตและทำการเชือดมัน จากนั้นภรรยาของเขาก็รีบหั่นแกะออกเป็นสามส่วนตามที่ได้ตกลงกันไว้

ทันใดนั้นเอง จอร์จก็นึกบางอย่างขึ้นได้ และตะโกนออกมาว่า “โอ้ยยย นี่เราสายกันแล้ว วันนี้เป็นวันอาทิตย์  เราจะพลาดการทำพิธีศีลมหาสนิทที่โบสถ์กันในวันอาทิตย์หรือนี่”

จอร์จเป็นคริสเตียนที่มีความเคร่งครัดและเขามักจะพาภรรยาและลูกๆ ไปที่โบสถ์กับเขาเสมอ
----------------------------------------------------------------------------

เมื่ออะหมัดเล่าเรื่องของจอร์จจบ

ผู้ชายคนหนึ่งจากกลุ่มผู้ฟังก็ร้องตะโกนขึ้นมาว่า “อะหมัด คุณทำให้เราสับสน สรุปแล้วจอร์จเป็นมุสลิม หรือคริสเตียนกันแน่”

อะหมัดจึงตอบว่า “จอร์จเป็นคริสเตียน เขามีความเชื่อว่าพระเจ้านั้นมีสามภาค และเขาไม่ได้มีความเชื่อต่อศาสนทูตมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะศัลลัม ว่าท่านเป็นศาสนทูตคนสุดท้าย”

 

จากนั้นก็มีเสียงโต้ตอบจากกลุ่มผู้ฟังกล่าวว่า “อะหมัด คุณอย่ามาโกหกเราหน่อยเลย ใครจะเชื่อว่าจอร์จและครอบครัวเขาจะทำแบบนั้น คริสเตียนจะมาทำพิธีกรรมของมุสลิมได้ยังไง อีกอย่างคริสเตียนก็คงจะไม่มาตั้งตารอเดือนซุลฮิจจะฮฺ หรือซื้อแกะเพื่อนำไปเชือดหรอกนะ…”

 

อะหมัดยิ้มที่มุมปากอย่างประชดประชัน และกล่าวว่า “พี่น้องที่รักทั้งหลาย ทำไมพวกคุณจึงไม่เชื่อในเรื่องที่ผมเล่าไปหละ ทำไมคุณไม่เชื่อว่าจะมีครอบครัวคริสเตียนที่ทำอะไรแบบนั้น ในชุมชมมุสลิมของเราเอง เช่นอับดุลลอฮฺ มูฮัมมัด คอลิด คอดิญะฮฺ หรือฟาติมา พวกเขาต่างก็ทำการเฉลิมฉลองในวันเทศกาลของคริสเตียนและของยิว แล้วพวกเราไม่ได้เฉลิมฉลองวันปีใหม่ วันคริสมาสต์ วันวาเลนท์ไทน์ วันฮาโลวีน วันอีสเตอร์ อย่างนั้นเหรอ?”

 

“จอร์จเขาก็เป็นคริสเตียนคนหนึ่งที่เฉลิมฉลองวันอีดของเรา ทำไมพวกคุณถึงไม่เชื่อหละ ทำไมพวกคุณถึงไม่ยอมรับและปฏิเสธการกระทำของจอร์จ แล้วทำไมเราถึงไม่ปฏิเสธการกระทำของเราบ้าง??”

 

จากนั้น อะหมัดจึงกล่าวว่า  “ผมใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกามานานกว่าสิบปีแล้ว และผมขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺว่า ผมไม่เคยเห็นคริสเตียนหรือยิวคนไหนที่ทำการเฉลิมฉลองใดๆ ในวันอีดของเรา ผมไม่เคยได้ยินใครสักคนถามเราเกี่ยวกับวันเหล่านั้น หรือแม้แต่เวลาที่ผมชวนพวกเขาให้มาเฉลิมฉลองวันอีดิ้ลฟิฎรี่ที่อพาร์ทเม้นท์ผม ก็ไม่เห็นมีใครสักคนมาเข้าร่วม เพราะเขารู้ว่ามันเป็นวันเฉลิมฉลองของมุสลิม”

 

“ผมได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในประเทศตะวันตก และเมื่อผมกลับไปที่ประเทศมุสลิมอันเป็นบ้านเกิดของผม ผมกลับพบว่าพี่น้องมุสลิมของผมต่างทำการเฉลิมฉลองวันเทศกาลของชาวคริสและชาวยิว”

 

“แล้วผมควรทำอย่างไร นอกไปจากการกล่าวว่า ไม่มีอำนาจใดและไม่มีสิ่งอื่นใดที่ยิ่งใหญ่มากไปกว่าอัลลอฮฺ”
لا حولَ ولا قوَّة إلاَّ بالله

 

ขอให้พวกเราแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้กับพี่น้องของเรา หากท่านยังรักใคร่และหวังดีต่อพี่น้องทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม “ชื่อของคน” ไม่สามารถบอกเราได้ถึงศาสนาของเขา หากแต่มันขึ้นอยู่กับความเชื่อและการกระทำของเขา

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2009 เวลา 11:28 น.
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Valid XHTML and CSS.