|
แต่งงานกับมุสลิมทำไมต้องเปลี่ยนศาสนา ? |
|
2. เกี่ยวกับการแต่งงาน หากมองดูถึงหลักเหตุผลของการแต่งงานในอิสลามเราจะพบว่ามีจุดประสงค์และปรัชญาสำคัญๆ ดังต่อไปนี้
2.1 สนองความต้องการทางธรรมชาติของมนุษย์ ที่มีภาวะความใคร่ทางเพศ เป็นการปลดปล่อยในที่ถูกที่ควร โดยไม่ละเมิดสิทธิและทำลายศักดิ์ศรีของผู้อื่น ท่านศาสนทูตของอิสลามได้เรียกร้องให้หนุ่มสาวที่มีความสามารถแต่งงาน เพราะมันจะเป็นการสยบความใคร่และเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านจนเลยเถิดไปทำในสิ่งที่ผิดบาปเช่น ด้วยการผิดประเวณี เป็นต้น ท่านกล่าวว่า "บรรดาผู้เป็นหนุ่มทั้งหลาย ผู้ใดในหมู่พวกท่านที่มีความสามารถจะครองคู่ก็จงแต่งงานเสีย เพราะแท้จริงแล้วมัน(การแต่งงานนั้น)ทำให้ลดสายตา(จากการมองสิ่งต้องห้าม)ได้ดีกว่า และให้การปกป้องอวัยวะเพศ(จากการประพฤติผิด)ได้ดีกว่า และหากผู้ใดไม่มีความสามารถ ก็ให้เขาถือศีลอด เพราะมัน(การถือศีลอดนั้น)จะเป็นตัวป้องกัน(จากการประพฤติผิดในกามารมณ์)” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย์ 1905 และมุสลิม 3464)
2.2 เพื่อให้มีการครองคู่ การสร้างครอบครัว และเติมเต็มความสุขซึ่งกันและกันระหว่างสามีภรรยา ไม่ว่าจะเป็นความสุขทางกายหรือทางใจ พระเจ้าตรัสว่า
(وَمِنْ آيَاتِهِ أَنْ خَلَقَ لَكُم مِّنْ أَنفُسِكُمْ أَزْوَاجاً لِّتَسْكُنُوا إِلَيْهَا وَجَعَلَ بَيْنَكُم مَّوَدَّةً وَرَحْمَةً إِنَّ فِي ذَلِكَ لَآيَاتٍ لِّقَوْمٍ يَتَفَكَّرُونَ) (الروم : 21 )
ความว่า “และในจำนวนเครื่องหมายทั้งหลายของพระองค์คือทรงสร้างให้แก่พวกเจ้าซึ่งคู่ครองจากตัวของพวกเจ้าเอง เพื่อพวกเจ้าจะได้ ‘สงบ’ อยู่กับนาง และทรงทำให้มี ‘ความรักใคร่’ และ ‘ความเมตตาอาทร’ ระหว่างพวกเจ้า แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นเครื่องหมายแก่บรรดาผู้ใคร่ครวญ” (อัรฺ-รูม : 21)
2.3 เป็นการช่วยเหลือกันและกันในเรื่องศาสนา ภาพลักษณ์ตัวอย่างในเรื่องนี้ได้มีระบุในวจนะของท่านศาสนทูตบทหนึ่งว่า “อัลลอฮฺได้เมตตาชายผู้หนึ่ง ที่ได้ตื่นขึ้นมาเพื่อละหมาดกลางคืน แล้วเขาก็ปลุกภรรยาของเขาเพื่อให้ลุกขึ้นมาละหมาด ถ้านางไม่ยอมลุก เขาก็เอาน้ำมาปะพรมบนหน้าของนาง และอัลลอฮฺได้เมตตาหญิงหนึ่ง ที่ได้ตื่นขึ้นมากลางคืนเพื่อทำการละหมาด แล้วนางก็ปลุกสามีของนาง เพื่อให้ลุกขึ้นมาละหมาด ถ้าเขาไม่ยอมลุก นางก็เอาน้ำมาปะพรมบนหน้าของเขา” (ดู เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ 3494)
เพราะฉะนั้น ท่านศาสนทูตจึงเรียกร้องและสนับสนุนให้สรรหาภรรยาที่ดีที่สามารถเกื้อหนุนสามีในเรื่องศาสนาให้มากที่สุด ท่านได้กล่าวว่า "พวกท่านแต่ละคนควรมีหัวใจที่รู้จักแทนคุณ ลิ้นที่รู้จักระลึก และภรรยาที่ศรัทธามั่นที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่องของโลกหน้า(หมายถึงผลตอบแทนในปรโลก)" (รายงานโดย อิบนุ มาญะฮฺ 1856)
ท่านยังได้กล่าวอีกว่า "ผู้หญิงนั้นจะถูกแต่งงานเนื่องด้วยสาเหตุสี่ประการ คือ เนื่องจากทรัพย์สินของนาง หรือเนื่องจากวงศ์ตระกูลของนาง หรือเนื่องจากความสวยงามของนาง หรือเนื่องจากศาสนาของนาง ดังนั้นจงเลือกแต่งงานกับสตรีที่มีศาสนาอยู่ในตัว แล้วสองมือท่านก็จะมีโชค" (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ 5090 และ มุสลิม 1466)
2.4 เป็นการสืบทอดทายาทและอบรมบุตรหลาน เพื่อให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม อิสลามสนับสนุนการมีบุตร และส่งเสริมให้แต่งงานกับหญิงที่สามารถมีบุตรได้เยอะ พร้อมทั้งสั่งให้ดูแลบุตรหลานให้ดีพร้อมๆ กันไปด้วย อัลกุรอานสอนให้มุสลิมหมั่นขอพรเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ให้คู่ครองและลูกๆ เป็นที่เย็นตาเย็นใจแก่เขา และเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม พระเจ้าตรัสว่า
(وَالَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا هَبْ لَنَا مِنْ أَزْوَاجِنَا وَذُرِّيَّاتِنَا قُرَّةَ أَعْيُنٍ وَاجْعَلْنَا لِلْمُتَّقِينَ إِمَاماً) (الفرقان : 74 )
ความว่า "และบรรดาคนที่กล่าวว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์โปรดประทานแก่เรา ซึ่งคู่ครองของเราและลูกหลานของเรา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของเรา และทรงทำให้เราเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง" (อัล-ฟุรกอน : 74)
นอกจากนี้ การมีลูกที่ดีซึ่งสามารถทำดีและขอพรให้แก่เขาหลังจากที่เขาตายไป ก็นับเป็นจุดประสงค์สำคัญของการแต่งงานด้วย ท่านศาสนทูตได้กล่าวถึงคุณค่าของการมีลูกที่ดีว่า "เมื่อมนุษย์เสียชีวิตลง ผลบุญจากการงานของเขาก็ตัดขาดเว้นแต่สามอย่างเท่านั้น คือ เศาะดะเกาะฮฺญาริยะฮฺ (การจ่ายทานที่มีประโยชน์ต่อเนื่อง) หรือความรู้ที่ให้ประโยชน์ หรือลูกที่ดีมีคุณธรรมที่ขอพรให้แก่เขา" (รายงานโดยมุสลิม 3084)
2.5 การได้เป็นคู่ครองและสืบสานความรักระหว่างกันอีกอย่างยาวนานในสวนสวรรค์ในโลกหน้า พระเจ้าได้ตรัสว่า
(الَّذِينَ آمَنُوا بِآيَاتِنَا وَكَانُوا مُسْلِمِينَ، ادْخُلُوا الْجَنَّةَ أَنتُمْ وَأَزْوَاجُكُمْ تُحْبَرُونَ) (الزخرف : ٦٩ - 70 )
ความว่า “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายและพวกเขาเป็นมุสลิม จงเข้าพำนักในสวรรค์ ทั้งพวกเจ้าและคู่ครองของพวกเจ้า ด้วยความสำราญอันเปี่ยมยิ่งด้วยเกียรติเถิด” (อัซ-ซุครุ๊ฟ 69-70)
พิจารณาจากหลักเหตุผลดังกล่าว จะทำให้เราเข้าใจว่าการแต่งงานในอิสลามมิได้มีกรอบแคบๆ เพียงสนองความใคร่และอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่มีเหตุผลที่สำคัญกว่าและมีความหมายมากกว่าในการสร้างสันติสุขให้กับมนุษย์ทั้งในระดับปัจเจกและสังคม เหตุผลเดียวกันนี้อาจจะถูกใช้อธิบายว่าเพราะเหตุใดอิสลามจึงไม่อนุญาตการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน และการผิดประเวณี เป็นต้น การปล่อยปะละเลยความสัมพันธ์ระหว่างเพศโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลต่างๆ เหล่านี้คือเหตุที่ก่อให้เกิดความระส่ำระสาย เสื่อมเสียศีลธรรม และคุกคามความสงบสุขของสังคมมนุษย์
3. อิสลามได้วางบทบัญญัติและสร้างปัจจัยเพื่อให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริงในชีวิตมนุษย์ และเมื่อพิจารณาจากหลักเหตุผลข้างต้น เราจะพบข้อเท็จจริงว่าการแต่งงานระหว่างชายหญิงสองคนที่ต่างศาสนาไม่มีทางที่จะบรรลุผลตามจุดประสงค์ดังกล่าวได้ ดังนั้น อิสลามไม่สนับสนุนให้มีการแต่งงานระหว่างศาสนา เพราะไม่ทำให้จุดประสงค์ข้างต้นบรรลุผลจริงๆ การแต่งงานระหว่างศาสนาอาจจะบรรลุในจุดประสงค์เพียงบางข้อแต่ก็ไม่ทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุนระหว่างกันในเรื่องศาสนาและความเชื่อในเรื่องโลกหน้า พระองค์อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
(وَلاَ تَنكِحُواْ الْمُشْرِكَاتِ حَتَّى يُؤْمِنَّ وَلأَمَةٌ مُّؤْمِنَةٌ خَيْرٌ مِّن مُّشْرِكَةٍ وَلَوْ أَعْجَبَتْكُمْ وَلاَ تُنكِحُواْ الْمُشِرِكِينَ حَتَّى يُؤْمِنُواْ وَلَعَبْدٌ مُّؤْمِنٌ خَيْرٌ مِّن مُّشْرِكٍ وَلَوْ أَعْجَبَكُمْ أُوْلَـئِكَ يَدْعُونَ إِلَى النَّارِ وَاللّهُ يَدْعُوَ إِلَى الْجَنَّةِ وَالْمَغْفِرَةِ بِإِذْنِهِ وَيُبَيِّنُ آيَاتِهِ لِلنَّاسِ لَعَلَّهُمْ يَتَذَكَّرُونَ) (البقرة : 221 )
ความว่า “และพวกเจ้าจงอย่าแต่งงานกับหญิงมุชริก(หญิงที่ไม่ใช่มุสลิม)จนกว่านางจะศรัทธา และทาสหญิงที่เป็นผู้ศรัทธานั้นดียิ่งกว่าหญิงที่เป็นมุชริก แม้ว่านาง(ที่ไม่ใช่มุสลิม)ได้ทำให้พวกเจ้าพึงใจก็ตาม และพวกเจ้าจงอย่าทำพิธีแต่งงานให้กับบรรดาชายมุชริก จนกว่าพวกเขาจะศรัทธา และทาสชายที่เป็นผู้ศรัทธานั้นดีกว่าชายมุชริก และแม้ว่าเขาได้ทำให้พวกเจ้าพึงใจก็ตาม“ (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 221)
เป็นเรื่องยากที่จะกล่าวว่าสามีภรรยาจะสามารถพัฒนาตนให้เป็นมุสลิมที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ ถ้าหากคนหนึ่งเชื่อในพระเจ้าแต่อีกคนไม่เชื่อ หรืออีกคนเชื่อว่ามีโลกหน้าและอยากมีชีวิตที่ดีในโลกหน้าที่ว่า ในขณะที่อีกคนไม่ได้ศรัทธาเช่นคนแรก และคงเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมากในความเป็นจริงถ้าจะอบรมบุตรหลาน ถ้าสามีภรรยามีความเชื่อและอุดมการณ์ทางศาสนาต่างกัน ฝ่ายหนึ่งสอนลูกอย่างหนึ่ง อีกฝ่ายก็สอนลูกอีกอย่างหนึ่ง ผลกระทบที่ออกมาก็จะตกอยู่ที่ลูก อาจจะเป็นเหตุแห่งปมด้อยหรือผลเสียหลายๆ อย่าง กลายเป็นปัญหาสำหรับอนาคตของสังคมต่อไป และแน่นอนที่สุดว่า ถ้าสามีภรรยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช่มุสลิม ความเชื่อเรื่องการสืบสานความรักและการครองคู่ในโลกหน้าในฐานะผู้ศรัทธาต่อพระเจ้าย่อมหมดความหมายสำหรับเขาทั้งสองคน
ด้วยเหตุนี้ พระผู้เป็นเจ้าจึงมีบทบัญญัติที่ชัดเจนว่า การครองคู่เป็นสามีภรรยาจึงต้องมีจุดร่วมลำดับแรกคือความเชื่อทางศาสนาที่เหมือนกัน และต้องเป็นความเชื่อที่วางอยู่บนฐานแห่งการสร้างปัจจัยที่จะทำให้จุดประสงค์ของการครองคู่นั้นบรรลุผลจริงๆ ตามเจตนารมย์ของอิสลาม
การกำหนดบัญญัติเช่นนี้ มิได้วางอยู่บนหลักแห่งความเห็นแก่ตัว ทว่า มันมีนัยสำคัญกว่านั้นยิ่งนัก นั่นคือเพื่อรักษามาตราฐานแห่งจุดประสงค์และหลักเหตุผลดังกล่าวข้างต้นให้คงอยู่อย่างมั่นคงสืบไป อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีใครที่ต้องการแต่งงานข้ามศาสนา โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดประสงค์ที่กล่าวมา ก็ถือว่าเป็นความชอบส่วนบุคคลของเขา ซึ่งเขาต้องแบกรับผลกรรมดังกล่าวด้วย เพราะอิสลามไม่ส่งเสริมสนับสนุนสิ่งนั้นแต่เดิมแล้ว
ขออัลลอฮฺทรงชี้ทางและคุ้มครองผู้ค้นหาสัจธรรมทุกคน .. อามีน.
ที่มา:http://www.iqraforum.com/forum/index.php?topic=2104.0;wap2
|